วิธีเลือกน้ำหอม จากระยะเวลาความติดทนของน้ำหอม

วิธีเลือกน้ำหอม จากระยะเวลาความติดทนของน้ำหอม

วิธีเลือกน้ำหอม ของแต่ละคนนั้นก็มีลักษณะที่แตกต่างกันออกไป โดยบางคนอาจจะใช้สภาพผิวมาเป็นหนึ่งปัจจัยในการเลือกน้ำหอม หรือบางคนอาจจะใช้ลักษณะของกิจกรรมมาเป็นตัวที่ทำให้วิธีเลือกน้ำหอมของคุณนั้นได้น้ำหอมที่ดี
ที่สุด โดยวิธีการเลือกน้ำหอมเหล่านี้นั้นบอกไม่ได้ว่าวิธีไหนเป็นวิธีที่ถูก หรือว่าวิธีเลือกน้ำหอมแบบไหนเป็นวิธีการเลือกที่ผิด เนื่องจากวิธีการเลือกน้ำหอมเหล่านี้จะขึ้นอยู่กับปัจจัยและความต้องการของผู้เลือกที่ได้วางไว้ในตอนแรกอยู่แล้ว
ตัวอย่างเช่น บางคนมีโจทย์ว่าจะต้องเลือกน้ำหอมให้เหมาะกับงานกลางคืน ซึ่งวิธีการเลือกน้ำหอมให้เหมาะกับงานกลางคืนนั้นบางคนอาจจะใช้ประเภทของงานเพื่อมาเป็นเงื่อนไขสำหรับวิธีการเลือกน้ำหอมนั้น ๆ ส่วนบางคนอาจจะใช้
ช่วงเวลาของงานเลี้ยงกลางคืนมาเป็นตัวกำหนดสำหรับวิธีการเลือกน้ำหอมนั่นเอง ซึ่งเราไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่าวิธีการเลือกน้ำหอมของทั้ง 2 รูปแบบนี้จะทำให้คุณไม่สามารถได้น้ำหอมที่เหมาะกับคุณมากที่สุด ดังนั้น วิธีการเลือก
น้ำหอมเพื่อให้ได้น้ำหอมที่เหมาะกับคุณมากที่สุดนั้นอาจจะไม่ได้มีเพียงแค่วิธีเดียว ในวันนี้เราได้มีวิธีการเลือกน้ำหอมจากการที่เราดูช่วงเวลาและระยะในการติดทนของหัวน้ำหอมมาฝากกัน โดยวิธีเลือกน้ำหอมในรูปแบบนี้จะคำนึงถึง
ช่วงเวลาของกิจกรรมเป็นหลักนั่นเอง สำหรับใครที่ยังไม่รู้ว่าจะใช้วิธีเลือกน้ำหอมอย่างไร สามารถไปติดตามชมข้อมูลที่เราจะนำเสนอกันได้ โดยวิธีเลือกน้ำหอมที่เราได้นำมาให้ผู้ชมทุกท่านได้ดูกันนั้นมีดังนี้ 

วิธีเลือกน้ำหอม จากระยะเวลาความติดทนของน้ำหอม

วิธีเลือกน้ำหอม จากระดับความเข้มข้นของหัวน้ำหอมเป็นอย่างไร 

น้ำหอมนั้นถือว่าเป็นเครื่องประดับอย่างหนึ่งเลยก็ว่าได้ เนื่องจากน้ำหอมจะช่วยทำให้ผู้ใช้งานนั้นมีความมั่นใจเพิ่มมากขึ้นนั่นเอง แถมยังทำให้เสน่ห์ของผู้ใช้นั้นมีมากขึ้นอีกด้วย ดังนั้น การใช้น้ำหอมจึงถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมาก
ทั้งนี้ วิธีเลือกน้ำหอมที่ถูกต้องนั้นก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน แต่การที่เราจะรู้ว่าน้ำหอมแบบไหนนั้นเหมาะกับเรา สิ่งแรกที่เราควรรู้เลยก็คือระดับความเข้มข้นของหัวน้ำหอมนั่นเอง โดยเราได้มีข้อมูลมาให้ผู้ชมทุกท่านได้ดูกัน
ด้วย ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลยว่าระดับความเข้มข้นของหัวน้ำหอมนั้นมีอะไรบ้าง 

วิธีเลือกน้ำหอม ระดับความเข้มข้นแบบ Parfum หรือ Perfume

สำหรับระดับความเข้มข้นของหัวน้ำหอมในระดับแรกได้แก่ Parfum หรือ Perfume นั่นเอง โดยความเข้มข้นในระดับนี้นั้นจะเป็นระดับความเข้มข้นที่สูงมากที่สุด ซึ่งจะเป็นระดับความเข้มข้นของหัวน้ำหอมที่มีมากถึง 20 ถึง 40 เปอร์เซ็นต์
เลย ซึ่งถือว่าเป็นปริมาณที่เยอะเป็นอย่างมาก โดยระดับความเข้มข้น Parfum หรือ Perfume นั้นจะทำให้น้ำหอมสามารถติดทนได้นานถึง 8 ถึง 10 ชั่วโมงเลย โดยน้ำหอมที่มีระดับความเข้มข้นแบบ Parfum หรือ Perfume นั้นจะเป็นน้ำหอมที่มีราคาแพงเป็นอย่างมาก เนื่องจากน้ำหอมที่มีระดับความเข้มข้นของหัวน้ำหอมเยอะจะทำให้กลิ่นของน้ำหอมนั้นติดทนนานเป็นอย่างมาก และยังเหมาะกับผู้ใช้งานที่มีผิวที่แพง ๆ อีกด้วย เนื่องจากน้ำหอมที่มีหัวน้ำหอมอยู่ในระดับ Parfum หรือ Perfume นั้นจะมีประมาณแอลกอฮอล์อยู่ในน้ำหอมน้อยนั่นเอง 

วิธีเลือกน้ำหอม จากระยะเวลาความติดทนของน้ำหอม

ระดับความเข้มข้นแบบ Eau de Parfum (EDP) 

สำหรับระดับความเข้มข้นของหัวน้ำหอมในรูปแบบถัดมาก็คือ Eau de Parfum (EDP) นั่นเอง โดยระดับความเข้มข้นในรูปแบบนี้นั้นจะมีปริมาณหัวน้ำหอมอยู่ที่ 15 ถึง 20 เปอร์เซ็นต์นั่นเอง ซึ่งจะสามารถติดทนนานได้มากถึง 8 ถึง 10 ชั่วโมงเลย สำหรับน้ำหอมที่มีระดับความเข้มข้นอยู่ในระดับ Eau de Parfum (EDP) นั้นจะเป็นน้ำหอมที่มีราคาถูกลงมา เนื่องจากจะเป็นน้ำหอมที่มีความติดทนน้อยกว่านั้นเอง นอกจากนี้ น้ำหอมระดับ Eau de Parfum (EDP) นั้นยังมีปริมาณของแอลกอฮอล์ที่เยอะกว่าอีกด้วย อย่างไรก็ตาม น้ำหอมที่มีระดับความเข้มข้นของหัวน้ำหอมอยู่ในระดับ Eau de Parfum (EDP) ยังถือว่าใช้กับคนที่มีผิวแพ้ง่ายได้เช่นกัน 

วิธีเลือกน้ำหอม จากระยะเวลาความติดทนของน้ำหอม

ระดับความเข้มข้นแบบ Eau de Toilette (EDT)

ระดับความเข้มข้นของหัวน้ำหอมในรูปแบบถัดมาได้แก่ Eau de Toilette (EDT) นั่นเอง สำหรับความเข้มข้นของหัวน้ำหอมในรูปแบบนี้จะเป็นความเข้มข้นที่มีน้ำหอมยังอยู่ด้วยกันทั้งหมด 5 ถึง 15 เปอร์เซ็นต์นั่นเอง และด้วยความที่เป็นระดับที่มีน้ำหอมจางอยู่น้อยกว่า จึงทำให้มีราคาถูกมากขึ้นนั่นเอง สำหรับน้ำหอมที่มีความเจือจางอยู่ในระดับ Eau de Toilette (EDT) นั้นจะสามารถติดทนกับเสื้อผ้าได้ 4 ถึง 6 ชั่วโมง ในบางคนอาจจะเลือกใช้น้ำหอมประเภท Eau de Toilette (EDT) เพียงแค่ในช่วงกลางวันก็ได้ และจะเปลี่ยนไปใช้น้ำหอมที่มีระดับความเข้มข้น Eau de Parfum (EDP) ในช่วงกลางคืนแถวนั้นเอง 

ระดับความเข้มข้นแบบ Eau de Cologne (EDC)

อีกหนึ่งระดับความเข้มข้นของหัวน้ำหอมที่เจือจางอยู่ในน้ำหอมรูปแบบถัดมาก็คือ Eau de Cologne (EDC) นั่นเอง สำหรับระดับความเข้มข้นในรูปแบบนี้จะมีปริมาณน้ำหอมเจือจางอยู่เพียงแค่ 2 ถึง 4 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น โดยที่เหลือนั้นจะเป็นปริมาณของแอลกอฮอล์นั่นเอง ซึ่งระดับความเข้มข้นของน้ำหอมในรูปแบบนี้จะทำให้น้ำหอมมีราคาถูกมากยิ่งขึ้นไปอีก เนื่องจากมีปริมาณน้ำหอมที่แท้จริงอยู่เพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์ โดยน้ำหอมที่มีระดับความเข้มข้นอยู่ในระดับ Eau de Cologne (EDC) งั้นจะสามารถติดทนได้เพียงแค่ 3-4 ชั่วโมงเท่านั้น ถือว่าเป็นการติดทนเพียงแค่ระยะเวลาสั้นเป็นอย่างมากเลย

ระดับความเข้มข้นแบบ Eau Fraiche

และระดับความเข้มข้นของน้ำหอมในรูปแบบสุดท้ายก็คือ Eau Fraiche นั่นเอง โดนน้ำหอมที่มีความเข้มข้นอยู่ในระดับ Eau Fraiche นั้นจะมีปริมาณอยู่เพียงแค่ 1 ถึง 3 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ถือว่าเป็นส่วนผสมที่น้อยเป็นอย่างมาก แต่ก็จะแลกมาด้วยราคาที่ถูกเช่นเดียวกัน สำหรับน้ำหอมที่มีระดับความเข้มข้นอยู่ใน Eau Fraiche นั้นจะสามารถติดทนนานได้เพียงแค่ 2 ชั่วโมงเท่านั้น แถมยังเป็นน้ำหอมที่ไม่มีส่วนประกอบของแอลกอฮอล์อีกด้วย โดยจะเป็นการใช้น้ำแทนส่วนผสมของแอลกอฮอล์นั่นเอง 

ระดับของน้ำหอมที่เราได้นำมาให้ทุกท่านได้ดูกันนั้น สามารถใช้เป็นหนึ่งในข้อมูลในการเลือกน้ำหอมได้นั่นเอง โดยวิธีในการเลือกน้ำหอมของคุณนั้นสามารถเลือกได้จากระยะเวลาที่น้ำหอมส่งกลิ่นนั่นเอง วิธีเลือกน้ำหอมประเภทนี้จะทำให้คุณได้น้ำหอมที่เหมาะกับการใช้งานเป็นอย่างมาก เนื่องจากคุณจะสามารถกำหนดได้ว่ากิจกรรมที่ควรจะทำหรือสถานที่ที่ที่คุณต้องการจะไปนั้นเหมาะกับน้ำหอมประเภทไหน สำหรับใครที่กำลังเริ่มต้นใช้น้ำหอมอยู่ สามารถนำข้อมูลเกี่ยวกับระดับของหัวน้ำหอมไปเป็นหนึ่งในข้อมูลสำหรับวิธีการเลือกน้ำหอมได้ ระวังเป็นอย่างยิ่งว่าข้อมูลที่เราได้นำเสนอไปนานจะมีประโยชน์กับผู้ชมทุกท่านไม่มากก็น้อย 

Credit by : คาสิโนออนไลน์สล็อตเว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์

credit by : popaholics.net , avangelistdesign.com , bakrimusa.com

Credit By : Ufabet